85.3% ของเยาวชนเคยถูกชวนให้ลองบุหรี่ไฟฟ้า — สังคมไทยรับมือทันหรือยัง

บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่กลับเข้าถึงได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อสังคม ขณะที่ความเข้าใจว่า “ปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา” ยังคงแพร่หลายในกลุ่มเยาวชน

สถานการณ์ในกลุ่มเยาวชนไทย

  • 75.9% มีเพื่อนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า
  • 85.3% เคยถูกชักชวนให้ทดลอง
  • 66.5% พบเห็นคอนเทนต์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าบนสื่อสังคมออนไลน์
  • 67.5% เห็นว่าซื้อทางออนไลน์ได้ง่าย
  • 60.1% ไม่เคยได้รับความรู้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ

ในไอบุหรี่ไฟฟ้ามีอะไร
ไม่ใช่แค่ “ไอน้ำ” แต่ประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิด เช่น

  • ฟอร์มาลดีไฮด์ — สารที่ใช้ในการดองศพ เป็นสารก่อมะเร็ง อันตรายต่อปอด
  • อะเซทัลดีไฮด์ — สารก่อมะเร็ง ระคายเคืองปาก ลำคอ และทางเดินหายใจ
  • อะโครลีน — ยาฆ่าวัชพืช ระคายเคืองผิวหนัง ตา และเยื่อจมูก
  • ตะกั่ว / แคดเมียม / นิกเกิล — โลหะหนักที่ส่งผลต่อสมอง ตับ ไต และการเจริญเติบโตของเด็ก
  • นิโคตินเหลว — เสพติดรุนแรง เด็กเล็กที่กลืนกินเข้าไปอาจถึงแก่ชีวิต และมักแต่งกลิ่นรสหวานที่ดึงดูดเด็ก

ประเด็นที่ต้องย้ำ
บุหรี่ไฟฟ้ามีสถานะเป็นสินค้าต้องห้ามตามกฎหมายไทย ทั้งการนำเข้า จำหน่าย และครอบครองมีความผิดตามกฎหมาย

เมื่อ 6 ใน 10 ของเยาวชนไม่เคยได้รับความรู้อย่างเป็นระบบ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นด่านป้องกันแรกที่สำคัญที่สุด

เครดิต: ข้อมูลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) · สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (TYI) · มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ (มสบ.)

แชร์เนื้อหานี้

เนื้อหาเพิ่มเติม